Search Term คืออะไร ต่างกับ Keyword และ Search Intent อย่างไร

By Rachavit Whangpatanathon I MD at ANGA Group

19 MAY 25

233

34.webp

ในแวดวงการทำ SEO (Search Engine Optimization) ทุกคนล้วนรู้จักว่า Keyword คืออะไร และมีความสำคัญกับการทำ SEO อย่างไร แต่ถ้าถามว่า Search Term คืออะไรน้อยคนนักที่จะตอบได้ โดยคนที่ตอบได้ส่วนมากมักจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำโฆษณา Google Ads มาก่อน ส่วน SEO จะพบกับคำว่า Search Term ได้ไม่บ่อยนัก ทำให้หลาย ๆ คนไม่รู้ว่า Search Term คืออะไร แม้จะเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับคนทำ SEO มาก ๆ และคล้ายคลึงกับ Keyword สุด ๆ ก็ตาม นอกจากนี้ Search Term ยังเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คนทำ SEO เข้าใจความต้องการของ User (ผู้ใช้งาน) มากขึ้น และนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์ SEO ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม Search Term ไม่ใช่ทั้ง Keyword และ Search Intent ถ้าคุณอยากเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันคืออะไร สามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้กับ ANGA Mastery !

Search Term คืออะไร

Search Term คือข้อความหรือประโยคที่ผู้ใช้งาน (User) พิมพ์ลงไปบน Search Bar เพื่อค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บน Search Engine อย่าง Google ซึ่ง Search Term จะทำให้นักทำ SEO และนักการตลาดอย่างเราทราบว่าผู้ใช้ มีพฤติกรรมการค้นหาอย่างไร ใช้คำประมาณไหน และต้องการที่จะรู้อะไรจากการค้นหาในครั้งนี้ ทำให้คุณสามารถนำไปต่อยอดในการทำการตลาดออนไลน์ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือการยิงโฆษณา Google Ads ก็ตาม ทั้งนี้ Search Term เป็นได้ทั้งคำสั้น ๆ และประโยคยาว ๆ ที่มีหลายคำถามในประโยคเดียว เช่น

  • “เจ็บท้องน้อยข้างขวา เป็นอะไร อันตรายไหม”
  • “เที่ยวปีนัง 5 วัน งบเท่าไหร่”
  • “สูตรกรีกโยเกิร์ต”
  • “หน้าจอคอมติด ๆ ดับ ๆ เกิดจาก”
  • “ขนมปังทำยากไหม ใช้อะไรทำ
  • “กินอะไรดี”
  • “หน้ามัน ใช้แป้งฝุ่นหรือแป้งตลับดีกว่ากัน”

Search Term ต่างกับ Keyword อย่างไร

ทั้ง Search Term และ Keyword ต่างเป็นคำที่ผู้ใช้งานใช้ในการค้นหาข้อมูลเหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันยังไงล่ะ? ทั้ง 2 อย่างนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Search Term คือคำที่ผู้ใช้แต่ละคนอาจจะพิมพ์ไม่เหมือนกัน สะกดไม่เหมือนกัน เรียงลำดับคำไม่เหมือนกัน เน้นพิมพ์ไปตามความรู้สึก คำที่ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ต้องการรู้คือสิ่งเดียวกัน ซึ่งจะมีความเฉพาะเจาะจงกว่า Keyword ทำให้ไม่มีปริมาณค้นหา (Search Volume) อย่างชัดเจน

ส่วน Keyword คือคำที่นักการตลาดเลือกใช้ในการนำมาทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google และเพิ่ม Organic Traffic เข้ามาสู่เว็บไซต์ ซึ่งมักจะเป็นคำที่มีความหมายกว้าง ๆ และมีปริมาณค้นหา (Search Volume) ปรากฏขึ้น โดย Keyword มักจะสอดแทรกอยู่ใน Search Term ด้วย เช่นคำว่า “เจ็บท้องน้อยข้างขวา เป็นอะไร อันตรายไหม” Keyword อาจจะเป็น “เจ็บท้องน้อยข้างขวา” หรือ “เจ็บท้องข้างขวา อันตรายไหม” ก็ได้

Search Term vs Search Intent ต่างกันอย่างไร

Search Term กับ Search Intent ชื่อดูคล้ายกัน แต่ความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากที่เราอธิบายไปก่อนหน้านี้ คุณคงเข้าใจแล้วว่า Search Term คืออะไร งั้นมาทำความเข้าใจเรื่อง Search Intent กันต่อเลยดีกว่า Search Intent คือเจตนาในการค้นหาข้อมูลหรือความต้องการในการค้นหาข้อมูล เช่น ต้องการซื้อสินค้า, ต้องการอ่านข้อมูลเพื่อศึกษาทำความเข้าใจ, ต้องการเปรียบเทียบสินค้าว่าอะไรดีกว่ากัน หรือต้องการเข้าไปที่เว็บไซต์ของแบรนด์นั้น ๆ เป็นต้น

ประเภทของ Search Intent และตัวอย่าง

  • Informational Intent (ต้องการหาข้อมูล) - “SEO คืออะไร
  • Navigational Intent (ต้องการไปที่เว็บไซต์แบบเฉพาะ) - “Facebook Login”
  • Commercial Intent (เปรียบเทียบตัวเลือก) - “บริษัทรับทำ SEO เจ้าไหนดี”
  • Transactional Intent (ต้องการซื้อสินค้าหรือทำธุรกรรม) - “ซื้อคอร์สเรียน SEO

Search Intent จะช่วยให้นักทำ SEO เข้าใจว่าสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการคืออะไร รู้ว่าต้องเขียนบทความ SEO ยังไงถึงจะติดอันดับบนหน้าแรก เพราะ Search Intent จะปรากฏขึ้นให้เราเห็นบนหน้า SERPs เลย ทุกเว็บไซต์ที่ติดอันดับบนหน้าแรกมาจากการวิเคราะห์และพิจารณาของ Google Algorithm ดังนั้น จึงสามารถเชื่อถือและใช้เป็นแนวทางในการทำ SEO ได้

Search Term สำคัญอย่างไรกับการทำ SEO

  • ช่วยวางแผน SEO ได้ตรงจุด เมื่อรู้ว่าคนค้นหาอะไรเพื่อเข้าเว็บเรา เราก็ใช้ข้อมูลนี้วางแผนกลยุทธ์ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • สร้างเนื้อหาที่ตรงใจผู้ใช้ Search Term คือข้อความที่คนพิมพ์ค้นหาในกูเกิล ซึ่งสำคัญมากกับการทำ SEO เพราะเป็นตัวบอกว่าคนกำลังต้องการอะไร เมื่อเราเข้าใจคำค้นหาเหล่านี้ เราก็สามารถทำเนื้อหาที่ตรงใจผู้อ่านได้
  • ทำให้เว็บติดอันดับดีขึ้น เพราะกูเกิลให้ความสำคัญกับเว็บที่มีเนื้อหาตรงกับสิ่งที่คนค้นหา ถ้าเนื้อหาเราตอบโจทย์ โอกาสติดหน้าแรกก็สูงขึ้น
  • สร้างคอนเทนต์ที่คนอยากอ่าน Search Term ช่วยให้เข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้อ่าน ทำให้คุณสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งคนอ่านและโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ
  • ประหยัดเงินโฆษณา ถ้าใช้ Search Term ที่ถูกต้องในการทำโฆษณา จะช่วยให้โฆษณาเราแสดงกับคนที่สนใจจริง ๆ ไม่เสียเงินไปกับคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย
  • เข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น คำที่คนค้นหาบอกความต้องการจริง ๆ ของพวกเขา การติดตาม Search Term อยู่เสมอจะทำให้เราปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนไปได้ทัน

แจกวิธีหา Search Term ด้วยเครื่องมือ SEO ฟรี

  • Google Search Console - เครื่องมือนี้แสดงคำค้นหาที่ทำให้คนเข้าเว็บเราจริง ๆ ให้ไปที่เมนู "การค้นหา" > "คำค้นหา" จะเห็นคำที่คนใช้ค้นหาแล้วเจอเว็บเรา พร้อมข้อมูลคลิก, การแสดงผล และตำแหน่งเฉลี่ย
  • AnswerThePublic - แสดงคำถามที่คนมักค้นหาเกี่ยวกับหัวข้อของเรา ช่วยให้เห็นมุมมองใหม่ๆ และทำคอนเทนต์ที่ตอบคำถามคนดูได้ตรงจุด
  • Google Trends - ใช้ดูว่าคำค้นหาไหนกำลังเป็นที่นิยม และแนวโน้มการค้นหาในแต่ละช่วงเวลา เหมาะสำหรับหาไอเดียทำคอนเทนต์ตามกระแส หรือเทศกาลต่าง ๆ
  • Google Keyword Planner - แม้จะเป็นเครื่องมือสำหรับทำโฆษณา แต่ก็ใช้หา Search Term ได้ดี บอกข้อมูลปริมาณการค้นหา และการแข่งขันของคำนั้น ๆ (ต้องมีบัญชี Google Ads)
  • Ubersuggest - ให้ใช้ฟรีได้จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน แต่ช่วยหาคำที่เกี่ยวข้อง ความยากในการติดอันดับ และแนะนำคอนเทนต์ที่น่าทำได้ดี

สรุป

Search Term คืออะไร Search Term คือข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์ลงในช่องค้นหาจริง ๆ ลักษณะของประโยคจะค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ถึงแม้จะคล้ายกับ Keyword แต่ก็ไม่เหมือนกัน โดย Search Term จะประกอบไปด้วย Keyword และคำอื่น ๆ เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ค้นหาแต่ละราย ซึ่งการเข้าใจSearch Term จะช่วยให้คุณเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างเนื้อหาและทำ SEO ที่ตอบโจทย์กับผู้ใช้ได้ดี จนนำไปสู่ การติดอันดับสูงบน Google และ Organic Traffic อย่างต่อเนื่อง

เรียนรู้ทักษะแห่งอนาคต เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องกับคอร์สเรียนการตลาด Marketing จาก ANGA Mastery สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจากดิจิทัลเอเจนซี่โดยตรง เปิดสอนทั้ง Public Training และ In-house Training สามารถคลิกที่คอร์สเรียนที่สนใจเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

Related News

องค์กรที่ประสบความสําเร็จวัดจากอะไร?

ในฐานะที่มีหน้าที่ขับเคลื่อน “คน” ในองค์กร เรามักเจอคำถามซ้ำ ๆ ว่า “องค์กรที่ประสบความสำเร็จวัดจากอะไร?” ดูเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ก็ตอบกันได้ยาก เพราะความสำเร็จของแต่ละองค์กรก็นิยามออกมาแตกต่างกัน บางองค์กรชี้วัดจากกำไร บางแห่งเน้นพนักงานมีความสุข หรือบางบริษัทอาจยึดความยั่งยืนเป็นเป้าหมายใหญ่คำถามคือ แล้วขององค์กรเรา...วัดจากอะไรดี? วันนี้ ANGA MASTERY จะมาแชร์ 5 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถประเมินความสำเร็จขององค์กรได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ พร้อมกับเช็คลิสต์ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที

เปิด 10 อันดับ บิวตี้บล็อกเกอร์ในไทย สายบิวตี้ ต้องติดตามไว้เลย 2025

รวม 10 อันดับบิวตี้บล็อกเกอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ในไทยที่มียอดฟอล เยอะที่สุด อัปเดตล่าสุดปี 2025 ใครที่รักเรื่องความสวยความงาม ห้ามพลาด!

รู้ก่อนโพสต์! fyp คืออะไร? พร้อม 3 ทริคทำคอนเทนต์ลง TikTok ยังไงให้ปัง

For You Page หรือ fyp คืออะไรกันแน่ คนมักเลือกที่จะทำคลิปใน TikTok กันมากขึ้นเพื่อให้เป็นกระแส แต่ไม่ค่อยมีใครดูเลยต้องใส่ #fyp ตลอด

องค์กรที่ประสบความสําเร็จวัดจากอะไร?

ในฐานะที่มีหน้าที่ขับเคลื่อน “คน” ในองค์กร เรามักเจอคำถามซ้ำ ๆ ว่า “องค์กรที่ประสบความสำเร็จวัดจากอะไร?” ดูเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ก็ตอบกันได้ยาก เพราะความสำเร็จของแต่ละองค์กรก็นิยามออกมาแตกต่างกัน บางองค์กรชี้วัดจากกำไร บางแห่งเน้นพนักงานมีความสุข หรือบางบริษัทอาจยึดความยั่งยืนเป็นเป้าหมายใหญ่คำถามคือ แล้วขององค์กรเรา...วัดจากอะไรดี? วันนี้ ANGA MASTERY จะมาแชร์ 5 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถประเมินความสำเร็จขององค์กรได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ พร้อมกับเช็คลิสต์ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที

เปิด 10 อันดับ บิวตี้บล็อกเกอร์ในไทย สายบิวตี้ ต้องติดตามไว้เลย 2025

รวม 10 อันดับบิวตี้บล็อกเกอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ในไทยที่มียอดฟอล เยอะที่สุด อัปเดตล่าสุดปี 2025 ใครที่รักเรื่องความสวยความงาม ห้ามพลาด!

รู้ก่อนโพสต์! fyp คืออะไร? พร้อม 3 ทริคทำคอนเทนต์ลง TikTok ยังไงให้ปัง

For You Page หรือ fyp คืออะไรกันแน่ คนมักเลือกที่จะทำคลิปใน TikTok กันมากขึ้นเพื่อให้เป็นกระแส แต่ไม่ค่อยมีใครดูเลยต้องใส่ #fyp ตลอด

logo

ติดต่อเรา

ANGA Mastery คือแพลตฟอร์มแห่งการเรียนรู้ด้านการตลาดในยุคดิจิตอล ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของเอเจนซีชั้นนำที่เคยลงมือทำจริง เรียนรู้เทคนิคที่ใช้ได้ผลจริง และนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้ทันที เหมาะสำหรับ ผู้บริหารองค์กร เช่น CEO, MD, VP, ผู้บริหารระดับสูง นักการตลาดระดับสูง เช่น Marketing Manager และ เจ้าของธุรกิจ