30 OCTOBER 24
235
โลกของการทำการตลาดออนไลน์ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด การดึงดูดความสนใจของลูกค้าและกระตุ้นให้พวกเขาซื้อสินค้าหรือ “กระทำ” อะไรบางอย่างตามที่เราต้องการ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องคิดค้นหาวิธีหรือวางองค์ประกอบบางอย่างให้โดดเด่นสะดุดตาจริง ๆ จึงจะสามารถดึงความสนใจของพวกเขาได้ และ Call To Action หรือ CTA คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจและสามารถทำให้ลูกค้ากระทำสิ่งที่แบรนด์ต้องการได้ง่ายขึ้น วันนี้ ANGA Mastery จะพาคุณไปเรียนรู้ว่า Call To Action คืออะไร พร้อมแชร์เทคนิคการทำ Call To Action ให้ดึงดูดใจและน่าคลิก
CTA ย่อมาจาก Call To Action แปลว่าการเรียกร้องความสนใจและทำให้เกิดการกระทำ (อะไรบางอย่าง) ขึ้น โดยมักจะอยู่ในลักษณะของปุ่ม (Button) ที่มีข้อความประกอบ หรือข้อความที่วางไว้เด่น ๆ บนสื่อ โดยสามารถพบได้ทุกแพลตฟอร์มและทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, รูปภาพแบนเนอร์, วิดีโอ หรือ Social Media ก็ตาม เช่น ปุ่มสีแดงบน Banner Ads ที่เขียนว่า “จองด่วน!” หรือ “ราคาพิเศษ เฉพาะวันนี้เท่านั้น!” เป็นต้น จะเห็นได้ว่าคำเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงความเร่งรีบ ต้องกระทำสิ่งนั้นเดียวนั้น ถ้าไม่ทำจะต้องพลาดแน่ ๆ หรือเป็นถ้อยคำที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมพื้นหลังสีแดงหรือปุ่มเด่น ๆ ทำให้มองเห็นง่าย ๆ และอาจจะอยู่ในรูปแบบของ Hyperlink (ข้อความที่สามารถคลิกไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น ๆ ได้) ก็ได้เช่นกัน
ตัวอย่าง Call To Action บนหน้าคอร์สเรียน SEO ของ ANGA Mastery จะมีทั้ง CTA หลักและ CTA รอง โดย CTA เด่น ๆ จะเป็นปุ่มขนาดใหญ่กว่าและมองเห็นได้อย่างชัดเจน คือ สำรองที่นั่ง, ดาวน์โหลด Syllabus และจัด training สำหรับองค์กร ส่วน CTA รองก็จะเป็นดูตัวอย่าง, แชท และโทรนั่นเอง
CTA คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะ CTA ช่วยให้เกิด Conversion ตามเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการได้จริง และมี Conversion Rate ที่สูงกว่าโฆษณาหรือการทำการตลาดที่ไม่มี CTA เป็นส่วนประกอบ อีกนัยหนึ่ง CTA ก็เหมือนเป็นไกด์นำทางให้ผู้ชมหรือกลุ่มเป้าหมายรู้ตัวว่าควรทำอะไรต่อไป และสิ่งที่ทำนั้นส่งผลอย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นการใช้ Call To Action ยังช่วยให้ยอดขายของธุรกิจเติบโตขึ้น, เร่งให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ ตาม Sales Funnel และช่วยนำทางให้กลุ่มเป้าหมายดำเนินการตามที่เราต้องการ โดยไม่สับสนเส้นทางด้วย
ตัวอย่างเช่น A ต้องการทำจมูกที่คลินิก DDD มาก ๆ แต่มีงบประมาณที่จำกัด (40,000 บาท) ซึ่งราคาปกติในการทำจมูกของคลินิกนี้จะอยู่ที่ 59,990 บาท วันหนึ่ง A เห็นว่าคลินิก DDD มีโปรโมชั่นเสริมจมูกราคา 39,990 บาท แต่ก็เกิดอาการลังเลว่าจะทำดีไหม ไหนจะค่า After Care ต่าง ๆ อีก และมองไปเห็นปุ่ม CTA ที่เขียนว่า “จองวันนี้ ฟรี After Care !” ซึ่งประโยคนี้ได้ดึงความสนใจและกระตุ้นความต้องการของ A ได้ดีมาก เนื่องจากมันตอบโจทย์ ทั้งอยู่ในงบทั้งได้ทำ After Care ฟรี ส่งผลให้ A กล้าที่จะตัดสินใจจองทำจมูกอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้นเลย เป็นต้น
Call to Action กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการทำการตลาดออนไลน์ไปซะแล้ว โดยการสร้าง Call To Action ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้มาจากการเขียนข้อความโดน ๆ และการออกแบบเด่น ๆ เท่านั้น ยังมาจากการเรียนรู้ พร้อมกับทำความเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมอย่างไรและต้องการอะไรด้วย เพื่อที่จะได้มอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่พวกเขาและพาลูกค้าไปตาม Customer Journey ได้อย่างราบรื่น ซึ่งเราก็ได้สรุปเทคนิคการเขียน CTA ให้ดึงดูดใจและน่าคลิกออกมาเป็น 8 ข้อนี้เลย
Call To Action คือคำหรือประโยคช่วยกระตุ้นการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ชมหรือกลุ่มเป้าหมายทำตามจุดประสงค์ที่ธุรกิจต้องการ โดยการใช้ทักษะการเขียน ทักษะการออกแบบ และการรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้งประกอบกัน เมื่อ Action แล้ว ก็จะเกิดเป็น Conversion ขึ้นมา ซึ่ง Conversion ที่ว่าก็อาจจะเป็นยอดขาย ยอดคลิก ยอดการสมัครสมาชิก ยอดลงทะเบียน ยอดดาวน์โหลด หรืออะไรก็ได้ที่คุณตั้งเป้าหมายเอาไว้ และสำหรับธุรกิจไหนที่ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ด้วยล่ะก็ CTA คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะ CTA จะช่วยให้ Conversion Rate สูงขึ้น และ Bounce Rate ลดลง ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของการทำ SEO ดีขึ้นด้วย เพราะ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้ใช้นั่นเอง!
พัฒนาสกิลที่ถูกต้องสำหรับผู้นำ
ด้านการตลาดออนไลน์
13 MARCH
ทำความเข้าใจ Media Plan คืออะไร กลยุทธ์วางแผนสื่อที่ช่วยให้ธุรกิจสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงกลุ่มและมีประสิทธิภาพสูง จนธุรกิจเติบโต
13 MARCH
13 MARCH
13 MARCH
13 MARCH
13 MARCH
ANGA Mastery คือแพลตฟอร์มแห่งการเรียนรู้ด้านการตลาดในยุคดิจิตอล ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของเอเจนซีชั้นนำที่เคยลงมือทำจริง เรียนรู้เทคนิคที่ใช้ได้ผลจริง และนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้ทันที เหมาะสำหรับ ผู้บริหารองค์กร เช่น CEO, MD, VP, ผู้บริหารระดับสูง นักการตลาดระดับสูง เช่น Marketing Manager และ เจ้าของธุรกิจ